ผมว่าคงมีหลายๆ ท่านที่อยู่ๆ ก็คิดถามปัญหาเหล่านี้กับตัวเอง บางคนอาจจะบ่นดังๆ บางคนก็เก็บคำถามไว้ในใจ แล้วสักพักมันก็จะมลายหายไป ไปคิดถึงปัญหาอื่นๆ ต่อ ลองดูว่า สิ่งที่เพื่อนๆ คิด กับที่ผมคิด ต่างกันมากน้อยขนาดไหน
- ทำไม เวลาเราขับรถเก๋ง และกำลังจะเลี้ยวซ้ายออกจากซอย มันจะต้องมีคนขี่มอเตอร์ไซด์ ขี่มาเลี้ยวซ้ายอยู่ทางด้านซ้ายของตัวถังรถเรา เพราะเค้าไม่รู้ว่า รถเก๋งมันกินรัศมีการเลี้ยวมากน้อยขนาดไหน หรือ เพราะเค้าคิดว่ายังไงคนขับรถเก๋งต้องระวังรถเล็กอยู่แล้ว หรือ เพราะว่า ไม่เป็นไร รอให้รถเก๋งเบียดรถเราก่อน จะได้มีเรื่องมีราวกัน หรือ เพราะคนขับรถเก๋งขับรถไม่เป็น
- ไม่รู้เมื่อไหร่ จะเลิกเห็นรถกระบะขนคน วิ่งปุเลงๆ ไปตามถนนหลวง เหมือนชีวิตมีคุณค่าน้อยกว่าการไปคารวะมัจจุราช
- เวลากลางคืน ทำไมขับรถแล้วต้องเจอมอเตอร์ไซด์ไม่เปิดไฟ ขับย้อนศรหรือเลี้ยวปาดหน้ารถเรา เพราะความไม่รู้จริงๆ หรือ
- ที่คนไปไหว้พระ ไปทำบุญที่วัดกันเยอะๆ โดยเฉพาะวันสำคัญๆ ทางศาสนา หรือเทศการสำคัญๆ เขาเหล่านี้ได้เข้าใจและเข้าถึงการทำบุญกันขนาดไหน มันจะเป็นจริงเหรอว่า อธิษฐานอะไรแล้วจะได้สมดังปราถนา แต่เจ้าตัวคนที่อธิษฐานยังไม่เห็นจะตั้งหลักทำอะไรให้สอดคล้องกับสิ่งที่อธิษฐานเลย หรือเราเข้าใจความหมายของคำว่า “อธิษฐาน” กันผิดไป หรือเพราะเห็นทำๆ กันมา ก็ทำๆ กันไป ไม่เห็นต้องไปคิดอะไรมากกับเรื่องนี้
- ทุกวันนี้ ทำไมถึงมี SMS ไปยังรายการทีวีต่างๆ มากมายนัก ทั้งๆ ที่ตัวหนังสือก็ค้างอยู่บนหน้าจอเพียงแป๊บเดียว แถมคนจัดรายการก็ไม่เห็นจะให้ความสำคัญอะไรใดๆ กับ SMS ที่ส่งมา (ยกเว้นส่วนแบ่งรายได้มั้ง ที่สนใจ) รายการข่าวบางรายการ เอาคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคไปตั้งไว้กลางโต๊ะอ่านข่าว แต่ไม่รู้ตั้งไว้ทำไม เพราะเห็นอ่านข่าวจากกระดาษ
- ทำไมบ้านเราถึงได้มีวันหยุดราชการเยอะเหลือเกิน (โดยทั่วๆ ไปคือ 15 วัน บวก-ลบ) เป็นไปได้ไหมที่จะปรับเปลี่ยนจำนวนวันหยุดราชการมาเป็นจำนวนวันลาพักร้อน จะได้ทำให้คนไม่ต้องมาหยุดพร้อมๆ กัน ไม่ต้องเฮโลกลับต่างจังหวัดหรือต่างประเทศพร้อมๆ กัน จะได้ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในต่างจังหวัดมีรายได้กระจายตัวมากขึ้น ไม่ใช่ได้รายได้กระจุกเฉพาะวันหยุดหรือหน้าเทศกาลอย่างที่เป็นๆ กันอยู่ และรถราจะได้ไม่ติดกันวุ่นวายบนถนนทางหลวง (เพราะคนสามารถเลือกวันพักร้อนตามแต่ใจจะเลือกได้อยู่แล้ว)
- เงินลงทุนที่ต้องไปกู้มาจากต่างประเทศ เพื่อจะทำไอ้ที่เรียกกันว่า Mega Project เนี่ย มันช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้จริงๆ หรือ ในเมื่อมันเป็นเงินกู้ มันก็ต้องใช้คืนแก่เจ้าหนี้พร้อมดอกเบี้ย แถมไอ้เจ้า Mega Project มันก็ผลุดขึ้นมาท่ามกลางสภาพรถติดในเมืองหลวง ไม่ได้สะพัดไปยังกลุ่มคนยากคนจนอีกมากมาย ทำไมไม่เอาเงินก้อนเดียวกันนี้มาพัฒนาคนระดับรากหญ้าให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจล่ะ เพราะถ้าทำได้ ประเทศก็ย่อมมีกำไรและผลตอบแทนในอันที่จะนำไปใช้หนี้เจ้าหนี้ได้เช่นกัน
- เวลาเราเห็นสกู๊ปข่าวทางโทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องราวของคนจนมากๆ ไม่มีข้าวกิน ไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีลูกเหลียวแล มีปัญหาสุขภาพช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มันจะเป็นไปได้ไหมว่า จะมีใครเป็นตัวกลางในการทำให้ชีวิตคนจนเหล่านี้ดีขึ้น และถ้าเราบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือคนจน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเงินจะไปถึงคนจนจริงๆ รวมทั้งสามารถนำเงินบริจาคเหล่านี้มาลดภาระทางภาษีได้หรือไม่
- ทำไม หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่ง ถึงคิดว่า การที่ สส. ในเขตตัวเองไม่ได้เป็นรัฐมนตรี คือ การเสียโอกาสที่จะได้รับงบประมาณมาพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง มันเรื่องเดียวกับหรือเปล่าครับเนี่ย ชักจะงงๆ
- เมื่อไหร่ ที่เราจะได้เห็นคุณสมบัติของรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวงที่มีความรู้ความสามารถสอดคล้องกับการทำงานในกระทรวงนั้นๆ ไม่ใช่ว่า ดูแลเรื่องคอมพิวเตอร์แต่เล่นคอมพิวเตอร์ไม่เป็น, ดูแลเรื่องพลังงาน แต่ ไม่เข้าใจโครงสร้างของธุรกิจพลังงาน ดูแลเรื่องวิทยาศาสตร์ แต่ดันถ่ายโฆษณาขี่มอเตอร์ไซด์คันโตมาฉายออกทีวีตอนสงกรานต์ คำว่ารัฐมนตรี คือ ผลตอบแทนหรือรางวัลจากการที่แต่ละมุ้งสามารถชนะเลือกตั้งกระนั้นหรือ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้แล้วเราจะเลือกตั้งกันไปทำไม ในเมื่อคณะ สส เค้าไม่ได้ใยดีกับเราเลย เค้าเพียงคิดว่า ตำแหน่งอันทรงเกียรติ คือ รางวัลที่เค้าชนะเลือกตั้ง
คำถามเหล่านี้ บ้างก็ต้องการคำตอบ บ้างก็เป็นโอกาสให้ฉกฉวย บ้างก็ไม่รู้จะหาคำตอบไปทำไม เพราะดูแล้วชาตินี้เราคงหาคำตอบไม่เจอ ฮือ ฮือ
0 responses so far ↓
There are no comments yet...Kick things off by filling out the form below.